2007/Mar/25

มธุรดา มะ - ทุ - ระ - ดา ความงดงาม ความหวาน

......................

สวัสดีพ่อ แม่ พี น้อง พ้องเพื่อน
ฉันอาจจะเครียดและคิดมากไปกับสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิต
เหมือนว่าฉันจะพาลไปเสียทุกอย่างที่อยู่ข้างหน้า
เหมือนว่าฉันจะเอาแต่ใจตัวเองมากไปเลยไม่สนใจความห่วงใยฅนอื่น

วันนี้ฉันมีพลังอย่างจัดที่อ่านชีวะทุกบทที่เรียนมาตั้งแต่ต้นปี
อ่านไปเรื่อยๆ แม้ว่าน้ำตาต้องไหลพรากอย่างกับน้ำตกแองเจิล
แต่ฉันก็อ่านออกและเข้าใจเล็กน้อยถึงแม้ว่าอีกมือจะคอยกดโทรหาใครฅนนั้นก็ตาม

ฉันผิดที่ขาดความสุภาพและความเคารพ
เพราะสิ่งนี้มันคือหน้าตาของความเป็นฅน
ต่อให้เสียไปแล้วก็เรียกกลับคืนมาไม่ใด้และไม่เหมือนเดิม
สุดท้ายฉันก็ต้องสูญเสียมันอีกครั้ง
โดยมองไม่เห็นความหวังเลยว่าจะได้กลับคืนมาไหม

เสียใจ ย้ำ เสียใจ

นั่งคิดไปแล้ว ทำให้นึกถึงเนื้อเพลงของเวลาในขวดแก้วขี้นมาทันใด
มันเป็นความจริงที่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะแก้ไข

.........................

มาเล่าถึงความหลังดีกว่า แม้ว่าวันนี้จะถึงทางตันให้ก้าวไปข้างหน้า
แต่ว่ามันมิใช่ทางตันให้ย้อนกลับหวนไปคิดถึงอดีตแสนหวงนิน่า

เจอกับม๊าครั้งแรกที่โรงเรียนตอนม.หนึ่งแหละ
เพราะว่าม๊าเป็นเพื่อนกับกลุ่มครูที่ฉันสนิทด้วย
ตอนนั้นเบื่อขี้หน้าม๊านิดหน่อย คิดอยู่ในใจ
ทำไมครูฅนนี้ขี้อวดและขี้โม้จัง (รู้กันทุกรุ่นคุณสมบัตินี้)
..
..
..
เมื่อไม่นาน คือฅนที่ส่งข้อความหาฉันตลอดระยะเวลาที่ฉันอยู่ที่นี่
มีครั้งหนึ่งม๊าบอกให้ไปนอนที่บ้าน ฉันก็รับปากด้วยความมั่ว
เพราะว่าไม่อยากให้เขาถามว่าทำไม สุดท้ายฉันก็ไม่อยากไป
แต่ก็ไปจนได้แหละ ......
..
..
..
เช้าวันนั้น เป็นวันปกติเหมือนวันทั่วไป
เหมือนที่ม๊าเคยโทรมาปกติ แต่อาจจะด้วยความพิเศษกระมั้ง
ม๊าบอกว่า "เมย์เรียกครูว่าม๊าได้ไหม"
อึ้งและปนงงเล็กน้อย ฉันก็ถามเพราะด้วยเหตุผลอะไร

และฉันก็ยอมเรียกว่าม๊าได้อย่างติดใจ
และบางครั้งเผลอคิดด้วยซ้ำว่า เขาเป็นแม่เราจริงๆ
และวันนี้เองฉันก็เพิ่งรู้ว่าฉันได้หลวมตัวไป
แต่สิ่งนั้นม๊าพยายามตอกย้ำเสมอว่า "เมย์เป็นลูกของม๊าจริงๆ"
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ
แล้ววันนี้ทำไมม๊าต้องทอดทิ้งหนูด้วยละคะ

เพียงเพราะว่า ฉันพูดคำหยาบเกินที่จะรับฟัง

หลายชีวิตพยายามบอกฉันว่า
อย่าคิดว่าม๊าคือทุกอย่างในชีวิตเมย์สิ
พี่ลี่คิดถูกจริงๆ .... รักม๊ามาก
อย่าคิดว่าม๊าคือแม่แท้ของเมย์สิ
เขาต้องเอาเวลาไปให้ครอบครัวจริงๆเขาบ้าง
ขอบใจนะแยมที่บางครั้งทำให้ฉันหูตาสว่าง
ทั้งที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าครอบครัวของม๊าไม่มีใครต้อนรับฉันเลย
แต่ฉันก็ยังดื้อด้านและหน้าด้านไม่เจียมตัวไปวุ่นวาย

ม๊าอาจจะรักฉันเพียงเพราะว่าสงสารด้วยกระมั้ง
ที่เห็นว่าเราขาดความอบอุ่น
แยมเอ้ยแกจะพูดอะไรทำร้ายหัวใจฉันเนี้ยะ
ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนกันมาสมัยอนุบาลนะแก
ขอบใจนะที่ยังคิดถึงกัน ขอบใจนะที่ยังไม่ทิ้งฉัน

บางครั้งฅนอย่างฉันมันอาจจะยากเกินกว่าที่จะให้อภัยก็ได้

..................

บางที...เราก็บอกไม่ได้ว่าควรจะเลือกเดินทางแบบไหน
เร็ว หรือ ช้า
เร็ว- อาจทำให้เราถึงปลายทางโดยไม่เสียเวลา
แต่นั่นก็หมายความว่าเราได้พลาดบางสิ่ง บางอย่างไปก็ได้
ช้า- อาจทำให้เราไม่ได้ไปถึงปลายทางเป็นคนแรก
แต่นั่นก็หมายถึงการที่เรามีเวลาสังเกตรายละเอียดต่างๆ
ระหว่างทางเป็นการชดเชย
โดยที่ในรายละเอียดนั้นอาจมีแง่มุมที่งดงามให้ได้ค้นพบ
บางที...ปลายทางก็ไม่ได้สำคัญไปมากกว่าสิ่งที่อยู่ระหว่างทาง

ถ น น ข อ ง ชี วิ ต
เป็นถนนสายเดียวที่ไม่อาจกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้
แต่ละคนมีถนนชีวิตของตนเอง
คุณก็มีเส้นทางของคุณ
ฉันก็มีเส้นทางของฉัน
และมันอาจเป็นไปได้หากจะมีสักวันหนึ่ง
ที่เรื่องราวบนถนนชีวิตของคุณและฉัน
อาจจะได้เจอกันและพบกันที่จุดตัดของทางแยก

แต่วันนี้
ขณะที่การเดินทางของเรายังไม่สิ้นสุด คุณเคยถามตนเองบ้างหรือไม่ว่า
ได้เผลอทำให้ความละเมียดละไมในชีวิต
หล่นหายไปรึป่าว?

.........................

เก็บมาจาก "โลกสวยงาม เมื่อเดินช้าลง" ของปูปรุง



วรุฒิมา เหมือนฝัน เสนะปทุมพันธ์

Comment

Comment:

Tweet


ท่าทางจะเก่งทางด้านหาคำแปลชื่อนะคะเนี่ย

วันหน้ามาขอคำแปลชื่อได้ไหมคะ

พอดีไม่ถนัดเลยค่ะ ยังไงก็สู้ๆนะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
#2 by ~* PanDa *~ At 2007-04-13 03:35,

แวะมาเยี่ยมนะลูก
.......
ตราบใดเรายังมีลมหายใจ
ไม่มีทางตันสำหรับเราแน่นอน
เพียงแต่ทางมันอาจจะรกชัชจนมองไม่เห็น
เราต้องถากถางเพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปนะจ๊ะ
เป็นกำลังใจจ้ะ จงยิ้มและสู้ๆๆๆๆต่อไป

ฝันดีนะจ๊ะ
#1 by P Pu At 2007-03-25 23:39,